ฮอลิเดย์พาเลซ คล็อปป์: คืนนี้ไม่ใช่อิสตันบุล 2005 คืนนี้ยอดเยี่ยมด้วยตัวมันเอง

ฮอลิเดย์พาเลซ

กุนซือลิเวอร์พูลเผยว่าได้ยกเอาเรื่องราวปาฎิหารย์ในนัดชิงยูฟา แชมเปียนส์ลีก มากระตุ้นลูกทีมในช่วงพักครึ่ง แต่ไม่คิดว่าควรนำสองเหตุการณ์นี้มาเปรียบเทียบกัน

ฮอลิเดย์พาเลซ เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล เผยว่า ได้ยกเอาเรื่องราวการพลิกกลับมาชนะ เอซี มิลาน หลังตกเป็นฝ่ายตามหลัง 3-0 เมื่อจบครึ่งแรก ของยูฟา แชมเปียนส์ลีก นัดชิงชนะเลิศปี 2005 มาเป็นแรงกระตุ้นผู้เล่นของเขา ในเกมที่พลิกกลับมาชนะโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ในเกมยูโรป้าลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดที่ 2

เกมสุดระทึกเริ่มต้นด้วยการออกนำของเสือเหลืองทีมเยือน 2-0 เมื่อจบ 45 นาทีแรก ล่วงเลยถึง น.57 เจ้าบ้านยังตามหลังที่ 1-3 ก่อนที่ช่วงเวลามหัศจรรย์จะบังเกิด ลิเวอร์พูลไล่ยิงสามประตูรวด แซงนำเป็น 4-3 และจบเกมด้วยสกอร์นี้อย่างยิ่งใหญ่

ซึ่งคล็อปป์ก็เปิดเผยภายหลังว่า เลือกใช้ ‘ปาฎิหารย์ที่อิสตันบุล’ เป็นแรงกระตุ้นหนึ่งในระหว่างพูดคุยกับลูกทีมช่วงพักครึ่ง

“หลายครั้งหลายหนในฟุตบอล เกมมันจบลงที่ 2-0 แต่ไม่ใช่ที่นี่ ไม่ใช่ลิเวอร์พูลทีมนี้ และยอดเยี่ยมจริง ๆ ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของมัน” คล็อปป์กล่าวหลังเกม

“ช่วงพักครึ่ง บรรยากาศค่อนข้างดี บอกตรง ๆ ว่าผมพอใจกับรูปเกม ไม่ใช่ผลสกอร์นะ แต่รูปเกมในภาพรวม ผมบอกเด็ก ๆ ว่า ผมไม่ได้อยู่ที่นั่น แต่ผู้เล่นลิเวอร์พูลบางคนที่แก่ตัวลงแล้วกำลังเป็นนักวิเคราะห์ตามสถานีโทรทัศน์ เขาเคยตามหลัง 3-0 หลังจบครึ่งแรก แต่กลับเป็นฝ่ายชนะในนัดชิง ยูฟา แชมเปียนส์ลีก ดังนั้น แม้จะดูไม่มีหนทาง มันยังเป็นไปได้แน่นอน และเราต้องลองดู

“พวกเขาทำจริง ๆ และยิงตามมา 2-1 ผมว่าเรามีโอกาสสองสามครั้งก่อนหน้านั้นแต่ยิงไม่ได้ พอเรายิงได้ ทุกคนเห็นได้เลยว่ามันมีบางอย่างเกิดขึ้นในสนาม คุณสัมผัสมัน ได้ยินมัน ได้กลิ่นมันเลย…

“แต่จากนั้นก็เป็นจังหวะเกมบุกที่ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยมมาก ๆ ของดอร์ทมุนด์ พวกเราป้องกันได้ไม่ดีนัก ด้วยความสัตย์ มันเป็นจังหวะบุกที่ยอดเยี่ยมจริง ๆ ของดอร์ทมุนด์ และกลายเป็น 3-1

“จากนั้นมันก็เป็นช่วงเวลาในฟุตบอล และในชีวิต ที่คุณต้องแสดงตัวตนออกมา นั่นคือสิ่งที่ผู้เล่นของเราทำ และมันเจ๋งจริง ๆ ที่ได้เห็น สุดท้ายแล้ว การกลับมาได้ในเกมแบบนี้ กับคู่ต่อสู้ระดับสูงสุดอย่างนี้ แล้วชนะด้วย มันต้องมีโชคบ้าง แต่ผมคิดว่าทุกคนที่มีส่วนในเกมนี้ ที่ได้ดูเกมนี้ จะต้องบอกว่ามันคู่ควรแล้ว”

แม้จะยอมรับว่าได้นำเอาตำนานแห่งอสตันบุลมาเป็นแรงกระตุ้นให้แข้งหงส์ฮึดสู้ แต่กุนซือร็อคแอนด์โรลยืนยันหนักแน่นว่าสองเหตุการณ์นี้ไม่ควรนำมาเปรียบเทียบกัน

“ผู้เล่นเราทำได้ครับ ไม่ใช่ทีมจากตอนอิสตันบุล” คล็อปป์ว่าต่อ “พูดน่ะมันง่าย ผมก็แฟนฟุตบอลคนหนึ่ง ผมก็ดูเกมนั้น (แชมเปียนส์ลีก นัดชิงฯ 2005) บอกตรง ๆ ว่าตอนพักครึ่ง ผมไม่ได้คิดหรอกว่า ‘โอ นี่ล่ะ เดี๋ยวลิเวอร์พูลจะเอาคืนละ’

“ผมแค่บอกพวกเขาว่ามันเป็นไปได้ แต่ทำมันยากกว่าพูดเยอะ พวกเขาแสดงให้เห็นว่ามีศักยภาพ มีศักยภาพอย่างแท้จริง และผมมีความสุขที่สุด”