M8BET 5 ข้อควรทราบ ! หลังเกม หงส์แดง เปิดบ้าน ทุบ ฮัดเดอร์สฟิลด์ 3-0

M8BET

นับเป็นสัปดาห์แห่งรอยยิ้มสำหรับแฟนบอล หงส์แดง เพราะไม่มีเกมกลางสัปดาห์เหมือนทีมอื่นเขา จะว่าไปก็แอบเป็นข้อดีเหมือนกันนะ ดังนั้นสิ่งที่เห็นได้คือความสมบูรณ์ของสภาพร่างกายนักเตะ ที่พากันวิ่งจนไม่คิดชีวิตอย่างที่ได้เห็น

M8BET ส่วนเกมวันนี้ ไม่ได้สมบูรณ์เพอร์เฟคอะไรมากมายเพราะมีบางช่วงที่เห็นแล้วแอบหงุดหงิดอยู่ไม่ใช่น้อย ส่วนข้อดีก็มีให้เห็น ซึ่งได้เห็นเยอะกว่าข้อด้อย

ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ หลายคนฟังชื่อชั้นแล้วคงคิดว่า ฟอร์มน้องใหม่ทั่ว ๆ ไป แต่ไม่ใช่อย่างนั้นครับ เพราะทีมน้องใหม่ของ เดวิด ว็ากเนอร์ พากันทำผลงานกันได้ดีในระดับที่น่าพึงพอใจเลยล่ะ แถมสัปดาห์ก่อนหน้านี้ยังเคยล้มยักษ์อย่าง ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาแล้ว เพราะฉะนั้นอย่าคิดว่า 3-0 ที่ได้มานั้น มันง่ายเหมือนกินหมู

เอาเป็นว่าเรามาดู 5 ข้อประเด็นน่าสนใจหลังจบเกมนี้กันดีกว่านะครับ

ขอบคุณข้อมูลสถิติจาก WhoScored.Com

6. ส่องสถิติน่าสนใจ

Gareth Copley/GettyImages
ต้องขอบอกว่าน่าสนใจจริง ๆ เพราะเกมวันนี้ หงส์แดง หาโอกาศจบสกอร์กันได้มากถึง 16 ครั้ง เข้ากรอบ 8 ครั้ง ทำได้ 3 ประตู ในขณะที่ ฮัดเดอร์ฟิลด์ เจาะแนวรับ ลิเวอร์พูล กันไม่ได้หาโอกาสได้จบเพียงแค่ 1 ครั้ง เท่านั้นและไม่เข้ากรอบด้วย

เปอร์เซนต์การผ่านบอลสำเร็จ
ลิเวอร์พูล 86
ฮัดเดอร์ฟิลด์ 62

จอร์แดน เฮนเดอร์สัน คือผู้เล่นที่ผ่านบอลมากที่สุดในเกมนี้ที่ 124 ครั้ง

ลิเวอร์พูล เอาชนะลูกกลางอากาศได้มากถึง 9 ครั้ง คลาวาน ทำได้ 4 ครั้ง มากที่สุดในเกมนี้

ลิเวอร์พูล เข้าแท็คเกิ้ลสำเร็จมากถึง 14 ครั้ง เจมส์ มิลเนอร์ ทำได้ทั้งหมด 5 ครั้ง มากที่สุดในเกมนี้
5. พลาดจุดโทษ ที่ต้องพูดถึง

PAUL ELLIS/GettyImages
การพลาดจุดโทษถือว่าเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจ เพราะคนที่รับหน้าที่สังหารคือ ซาลาห์ กัปตันทีมชาติ อียิปต์ ยอมรับเลยว่าลูกนั้นไว้ใจแนวรุกรายนี้มากคิดว่ายังไงก็เป็นประตู น่าเสียดายที่เจ้าตัวกดพลาด ไม่ได้จะบั่นทอนอะไรนะครับ แต่กลัว ซาลาห์ จะเสียความมั่นใจ

คนที่รับหน้าที่ประจำอย่าง มิลเนอร์ วันนี้ ไม่ได้ยิง ทั้ง ๆ ที่สกอร์ควรจะต้องขึ้นนำในเวลาแบบนั้น นาที 41 ก่อนจบครึ่งแรก ถ้าได้ 1-0 ในครึ่งแรก เชื่อว่าทีมที่เล่นเกมรุกมหาโหดอย่าง หงส์แดง คงเล่นกันได้มั่นใจขึ้น และอาจจะจบมากกว่า 3, 4 ลูกก็เป็นได้
4. แดนกลาง ทำผลงานได้ดี

Gareth Copley/GettyImages
ต้องบอกว่าวันนี้ทำงานกันได้ดี ขยับไล่บอลกันได้เร็วขึ้นเข้าถึงบอลแบบบ้าคลั่ง ครองบอลได้เหนียวแน่น การจ่ายบอลก็ขึ้นหน้าบ่อยขึ้น

แต่ก็อย่างว่า เราก็ต้องมาดูด้วยว่าเจอทีมอะไร แอบหวังมานานว่าอยากจะเห็นแดนกลางเล่นแบบนี้กับทุกทีม ไม่ใช่เล่นดี 1 นัด แย่ไป 2-3 นัด แบบนั้นก็ไม่ไหว แฟนบอลจะกลายเป็น ไบโพลา กันไปหมด เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย อารมณ์สับสน

เฮนเดอร์สัน วันนี้จ่ายแปะข้างแปะหลังน้อย ดูกล้าจ่ายขึ้นเกมมากขึ้น ส่วน มิลเนอร์ ก็คงความขยันเหมือนเคย เรื่องเกมรับ หงส์แดง ดูหมดห่วงเมื่อมีเขาอยู่ในสนาม และคนทำประตูสุดท้ายอย่าง ไวจ์นัลดุม ดูจะเป็นคนสำคัญที่สุดในเกมนี้ การครองบอลทำได้ดีมาก ยิ่งเล่นยิ่งดี
3. เรื่องเล่าแนวรับ

PAUL ELLIS/GettyImages
ไลน์-อัพ ที่ขึ้นมาจากทวิตเตอร์ทางการสโมสรบอกว่า ลอฟเลน เป็น 11 ตัวจริง แต่พอลงสนาม เป็น คลาวาน ที่ลงมาวิ่งจับคู่กับ มาติป ก็นั่นแหล่ะครับแอบงงอยู่เหมือนกัน ข่าวว่า ลอฟเลน มีอาการบาดเจ็บ

ไม่ได้กลัวอะไรมากนะสิ่งที่กลัวมากกว่าสิ่งอื่นใดคือสถานการณ์อย่างที่ คล็อปป์ ทำกับ ซาโก้ จากพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม กลัวแบบนั้นมากกว่า แต่คงไม่ร้ายแรงขนาดนั้น

เรื่องเกมรับวันนี้ทำได้ดี ดูมีสมาธิมากขึ้น มาติป คลาวาน จับคู่กันได้ดี แต่นิ่งทั้งคู่เลย ดูไม่น่าเกรงขาม อยากให้ มาติป เพิ่มความดุดันให้กับตัวเองบ้าง

โกเมซ ฟอร์มเริ่มโดดเด่นขึ้นเรื่อย ๆ ดูมีสติกับเกมแบบสุด ๆ มั่นใจมากขึ้นเรื่อย ๆ อย่างต่อเนื่อง ไม่แน่ในอนาคตเราอาจได้เห็น โกเมซ กลายมาเป็น เซนเตอร์แบ็ค ตัวหลักของเราก็เป็นได้
2. 100 ประตูในอาชีพ ของ แดเนียล สเตอร์ริดจ์

PAUL ELLIS/GettyImages
ตลอดอาชีพการค้าแข้งวงการฟุตบอลของเขาในระดับสโมสรอาชีพ สเตอร์ริดจ์ ยิงประตูไปแล้ว 100 ประตู นั่นหมายความว่า สเตอร์ริดจ์ เต้นไปแล้ว 100 รอบเต็ม ๆ ในพรีเมียร์ลีก

ลิเวอร์พูล 62 ประตู
เชลซี 24 ประตู
โบลตัน 8 ประตู
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 6 ประตู
1. Man of the match โจ โกเมซ

Gareth Copley/GettyImages
แนวรับที่โดดเด่นมาก ๆ วันนี้ยกให้ฝั่งขวาอย่าง โกเมซ เลยครับ ดูมีความมั่นใจ สร้างความประทับใจเหมือนกับตอนที่เคยทำก่อนได้รับอาการบาดเจ็บ

สถิติหลังเกมของ โกเมซ
91 เปอร์เซนต์ การผ่านบอลสำเร็จ
เอาชนะลูกกลางอากาศ 2 ครั้ง
เข้าแท็คเกิ้ลสำเร็จ 2 ครั้ง
สัมผัสบอลทั้งหมด 123 ครั้ง เป็นรองแค่ เฮนเดอร์สัน ที่สัมผัส 132 ครั้ง